สายตรวจ สภ.แม่สายออกตรวจสอบเหตุวัยรุ่นรวมกลุ่มมั่วสุมบริเวณชุมชนถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 20.00 น.

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สาย และ พ.ต.ท.ปวริศร์ อิทธิศิราวงศ์ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.แม่สาย

นำโดยพ.ต.ท.รณกฤต รหัทสุวรรณ สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.แม่สาย พร้อมด้วย ร.ต.อ.วรวิทย์ คำเครือ ร้อยเวร 2-0 และกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ 201 สายตรวจจักรยานยนต์ 191 (ชป.2) ออกตรวจสอบเหตุวัยรุ่นรวมกลุ่มมั่วสุมบริเวณชุมชนถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

จากการตรวจสอบพบกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 11 คน และรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพจำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งหมดมายังศูนย์สายตรวจ สภ.แม่สาย เพื่อตรวจสอบและจัดทำประวัติ

ผลการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนดังกล่าวมีชายชาวเมียนมาอายุ 20 ปี จำนวน 3 คน ส่วนที่เหลือเป็นเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี

พ.ต.ท.รณกฤต รหัทสุวรรณ ได้สั่งการให้ดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย

1. ควบคุมตัวตามอำนาจหน้าที่

2. เชิญผู้ปกครองมาพบเจ้าหน้าที่

3. จัดทำประวัติและบันทึกตักเตือน

4. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกกับรถที่กระทำผิดกฎหมาย

5. ดำเนินคดีกับบุคคลต่างด้าวตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

ก่อนปล่อยตัวเยาวชนกลับบ้าน พ.ต.ท.รณกฤต รหัทสุวรรณ ได้พูดคุย อบรม และสร้างความเข้าใจกับเด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ถึงผลกระทบและโทษทางกฎหมายของการมั่วสุม แข่งรถในทางสาธารณะ และการใช้รถดัดแปลงสภาพผิดกฎหมาย

พร้อมย้ำว่า การแข่งรถในทางสาธารณะ การขับรถโดยประมาทหวาดเสียว หรือการรวมกลุ่มเพื่อแข่งรถ ล้วนเป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำคุก ปรับ ยึดหรืออายัดรถ และอาจถูกดำเนินคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัว

ในส่วนของผู้ปกครอง หากปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลบุตรหลาน หรือสนับสนุนให้กระทำผิด อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และต้องเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองเด็กตามกฎหมาย

สิ่งที่น่าคิดจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยเชิงลึกกับเด็กและเยาวชน พบว่าหลายคนเติบโตในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน หรือเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ผู้ปกครองต้องออกไปทำงานหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาใกล้ชิดดูแลบุตรหลานมากนัก ทำให้เด็กบางส่วนหันไปใช้เวลากับกลุ่มเพื่อน และเสี่ยงต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

หลังการอบรม เด็กและเยาวชนทุกคนได้ให้คำมั่นต่อหน้าพ่อ แม่ ป้า ยาย และผู้ปกครองที่มารับตัวกลับบ้าน ว่าจะปรับปรุงตนเอง ตั้งใจเรียน ช่วยเหลือครอบครัว และไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับการมั่วสุมหรือรถแต่งซิ่งอีก

ทั้งนี้ สภ.แม่สาย ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจับกุมหรือบังคับใช้กฎหมายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 สภ.แม่สาย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการมั่วสุมและแข่งรถในทางของกลุ่มวัยรุ่นอย่างเป็นรูปธรรมโดยหลังจากนี้จะได้ร่วมกันออกตรวจเยี่ยมบ้านเด็กเยาวชนที่ได้ทำประวัติไว้ในทุกๆเดือน

เพราะปัญหาเด็กและเยาวชนไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนในสังคม

“เด็กและเยาวชนในวันนี้ คือกำลังสำคัญของประเทศในวันข้างหน้า การให้โอกาส การดูแล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ย่อมดีกว่าการปล่อยให้พวกเขาก้าวพลาดจนต้องเผชิญกับกระบวนการยุติธรรม”

สภ.แม่สาย🇹🇭👮🏻‍♀️ ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันดูแลเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นอนาคตที่ดีของสังคมไทยต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *